"เซ็งจริงๆ ช็อคโกแลตก็ไม่ได้ซักก้อน ดอกไม้ก็ไม่รู้จะซื้อไปให้ใคร"
ความรู้สึกนี้บางคนคงเคยเป็นมาบ้าง ไอ้ครั้นจะไประบายกับคนที่เค้ามีแฟนอยู่ก็คงไม่ค่อยเข้าใจหัวอกหนุ่มโสดหน้าตาดีอย่างเรา
ทุกปีพอเวียนมาถึงวันที่ 14 กุมภา ก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาที่หลายๆ คน กำลังมีความสุขอยู่กับคนรัก บางคนอาจกำลังดินเนอร์สุดโรแมนติกใต้แสงเทียนในภัตราคารหรูหราอลังการที่สุดในกรุงเทพ บางคนอาจจะใช้เวลาด้วยกันดูหนังรักโรแมนติกซักเรื่อง บางคนอาจจะกำลังจู๋จี๋กันอยู่บนเตียงนอนนุ่มๆ โดยที่ฝ่ายชายกำลังลุ้นตัวโก่งว่าจะได้หรือไม่ได้ หรือบางคนอาจจะกำลังซดต้มแซ่บ ผลัดกันตักลาบเป็ดป้อนกันไปป้อนกันมา มีข้าวคั่วติดที่มุมปากพอน่ารักน่าหยิก
แต่ตัวกระผมนั้น เป็นต้องนั่งคิดในใจว่าปีนี้และทุกๆ ปีจะเอาไงดี(วะ) จะทำอะไรดีในเวลาที่ทุกคนมีโลกส่วนตัว ไอ้ผมก็มีโลกส่วนตัวเหมือนกันแต่เป็นส่วนตัวแบบสุดๆ (ตัวคนเดียว) เลยไม่มีใครช่วยคิดว่าวันนี้มันต้องทำอะไรบ้างถึงจะเป็นการตอบแทนให้ปฏิทินแม่โขงข้างฝาบ้านที่อุตส่าห์เวียนมาถึง 14 กุมภาอีกครั้ง
คิดไปคิดมาก็พบสัจธรรมข้อหนึ่งแบบเข้าข้างตัวเองเล็กน้อยถึงปานกลางว่า เฮ้ย! วันวาเลนไทน์มันก็เป็นแค่วันธรรมดาวันหนึ่ง มี 24 ชั่วโมงเท่ากับวันอื่นๆ ต้องมานั่งกดเมาส์ที่ทำงานเล่นและทำคิ้วขมวดนิดๆ ให้ดูเหมือนกำลังทำงานเช่นเดียววันอื่นๆ เงินเดือนก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นเป็นพิเศษ เวลาตื่นนอนเราก็ยังขี้เกียจลุกจากเตียงต้องขอนอนเพิ่มอีกซัก 5 นาทีเหมือนเดิม รถก็ยังติดเหมือนทุกวันหรืออาจจะติดมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ นักการเมืองก็ยังคงน้ำเน่า ฟุตบอลทีมชาติไทยก็ยังไม่ได้ไปบอลโลก สรุปว่าทุกสิ่งทุกอย่างยังเหมือนกับวันอื่นๆ วันวาเลนไทน์ก็คงเป็นแค่วันที่ผู้คนทั่วโลกพร้อมใจกันอุปโลกขึ้นมาว่ามันสำคัญยิ่งนัก ต้องขวนขวายหาทางบอกรักคนที่เราแอบมอง(ขาอ่อน)อยู่ทุกวัน หรือต้องพาแฟนไปแสดงความรักให้โลกนี้ได้รับรู้ให้ได้
พอคิดเข้าข้างตัวเองจนหนำใจ ก็ถึงเวลาที่ต้องออกมาผจญกับโลกแห่งความจริง ให้ตายสิ!ก้าวแรกที่ย่างเท้าออกมาจากประตูบ้าน ก็ต้องได้ยินเพลงนี้อยู่ทุกครั้ง "วันนี้.. วันวาเลนไทน์ หนุ่มสาวชาวบ้าน เบิกบานจิตใจจริงเอย..." (เอ.. จำผิดวันรึเปล่าเนี่ย) พอเดินออกมาหน้าปากซอย ดอกกุหลาบกองเบ้อเริ่มวางขายขวางทางเดิน ไม่ใช่แค่กองเดียว นับได้หลายกองเกินกว่าที่นิ้วมือและนิ้วตีนรวมกันจะนับได้หมดโดยที่ไม่ต้องทดไว้ในใจ
ขึ้นรถเมล์ก็เห็นผู้ชายบางคนยืนถือช่อดอกไม้ช่อใหญ่อมยิ้มทำหน้าตามิพิรุธ ส่วนผู้หญิงที่นั่งอยู่ที่เบาะติดกันก็นั่งมองไปนอกหน้าต่างและอมยิ้มทำหน้าตามีพิรุธแบบเดียวกันเป๊ะ สรุปว่าคงจะไปทำอะไรมีพิรุธด้วยกันต่อมั้ง
ทุกที่ที่เดินผ่านต่างก็ถูกแต่งแต้มด้วยดอกไม้ สีชมพู เพลงรักโรแมนติก รูปหัวใจ ข้อความซึ้งๆ รอยยิ้ม อบอวลไปด้วยความรัก ล่องลอยอยู่ในอากาศ และประทับอยู่ในความรู้สึกของหลายๆ คน
ว่ากันว่าความรักคือสิ่งที่สร้างโลกนี้อย่างแท้จริง เป็นสิ่งที่ยังคงอยู่ตลอดกาลไม่ว่าโลกนี้จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร
อ้าว แต่ทำไมวันวาเลนไทน์นี้กลับดูเหมือนเป็นโลกที่ไม่ได้ต้อนรับคนอย่างผม วันนี้มันสร้างขึ้นมาเพื่อคนที่มีความรักเท่านั้นหรือเนี่ย แล้วอย่างนี้ผมควรจะไปยืนอยู่ตรงไหนกันดีล่ะทีนี้ ทุกที่ที่ผ่านมามันไม่ใช่ที่ที่พร้อมจะรับคนอย่างผมเข้าไป คนที่ยังไม่รู้ว่าวันนี้สำคัญยังไง ยังไม่รู้ว่าจะทำอะไรในวันสำคัญขนาดนี้
มนุษย์ก็เป็นสัตว์ชนิดหนึ่งที่ต้องการสังคม ต้องการการยอมรับ ไม่อยากที่จะอยู่อย่างแปลกแยกซักเท่าไหร่นักหรอก พูดง่ายๆ ว่าขี้เหงานั่นเองแหละ
และในที่สุด ผมก็ต้องควักเงินออกมาหนึ่งร้อย(ก็แค่เศษเงินสำหรับมหาเศรษฐีอย่างผม) ซื้อดอกกุหลาบดอกละสิบบาทมาสิบดอก เพื่อเอาไปส่งให้กับคนที่กำลังมีโลกแบบเดียวกับผม โลกที่เป็นส่วนตัวเกินไปจนทำรู้สึกว่าถูกแบ่งแยกจากสังคมเป็นบางเวลา
นี่แหละชีวิตในโลกส่วนตัวสุดๆ คนเดียวของผม ซึ่งก็มีบางครั้งที่อยากไปเป็นส่วนหนึ่งในโลกส่วนตัวของคนอื่นบ้างเหมือนกัน
Subscribe to:
Post Comments (Atom)
1 comment:
เขียนได้ลึกซึ้งมากครับ เนื้อหา ถ้อยคำไพเราะมาก ^^
Post a Comment